ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ จ.นครศรีธรรมราช
รางวัลชนะเลิส ภาพถ่ายอาคารชลประทานสวยงาม "คืนความสุข"
อ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่ จ.อุบลราชธานี
"อ่างเก็บน้ำเพื่อประชาชน"
เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่
"สมบูรณ์ชล"
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี
"ป่าสักชลสิทธิ์"
ชลประทานแม่แตง จ.เชียงใหม่
Flume "เส้นทางหล่อเลี้ยง"
ฝายหนองหวาย จ.ขอนแก่น
"หว่านแหผ่านกระแสคลื่น"
ท้ายฝายหนองหวาย จ.ขอนแก่น
"หาอยู่หากิน"

Background

 

          For the betterment of the Mekong River Basin Development various Thai Government Agencies and The United Nations Lower Mekong River Survey Committee agreed after the survey of the major branches of the Mekong River that it was necessary to constructed a dam across the Lam Nam Pong, which is major tributary of the Mekong River in order to store rain waters and prevent flooding over the lower area and utilize the stored water for power generation, irrigation etc.  There fore the National Energy Authority was assigned to construct the Pong Nip Dam in 1964(B.E.2507) which is later called the “Ubonratana Dan” in the Lam Nam Pong and  the Royal Irrigation Department(RID) to construct the irrigation system to distribute water released from the power plant for cultivation on both bank of the Lam Nam Pong

          In 1965 (B.E. 2508) RID undertook the construction Headworks of the Nong Wai in Nam Pong District Khon Kean Province. The OGEE reinforced concrete weir with 5.90 m. height, 125.24 m. crest length and max. crest length 162.500 m.  Maximum flow 1,500 cubic m./sec. The weir construced across the river bend 35 km. south of Ubonratana dam or 33 km. north of the city of Khon Kean Province along Khon Kean-Udornthani Friendship Highway, 

followed by the construction of the irrigation system as below,

          -Water spillway of the Right (2 Bending spillway 3.0x2.0 m.) and Left (2 Bending spillway 3.0x2.0 m.) operated water distribution into both bank of Lam Nam Pong.

           -Sand drainage spillway of the Right (2 Bending spillway 4.0x2.25 m.) and the left (3 Bending spillway 4.0x2.25 m.) drained sediment to for sufficient water distribution.

           -Emergency spillway 3.5 high by 240 m. long, weir head 166.000 m. drainage capacity 1,000 cubic m./sec.

Distribution System of both banks of Lam Nam Pong were:

* 1964-1972 Construction of the Right main canal and all supports canal systems

* 1972-1975 Construction of the Left main canal and all supports canal systems

 

          Including the improvement of Irrigation system in form of irrigated agriculture over the existing areas and extension as scheduled for higher efficiency in water distribution at the farm level.  The development phases were as followed:-

 * 1975-1979 Improvement of Irrigation system over the upper left bank of the Project in Nam Pong District, Sumsoong District and Muang District of Khon Kean Province over an area of 58,500 rais. Under the Nam Pong Irrigation Project Phase I, with financial supported from the International Development Agency (IDA)

 * 1976-1983 Undertaking land consolidation works and improvement of irrigation system on the right bank of the Project in Nam Pong and Muang Khon Kean District Khon Kean Province over and irrigated area of 68,800 rais. Under the Nong Wai Pioneer Agriculture Project-Right Bank with financial supported from Asian Development Bank (ADB).

 * 1979-1985 Construction and Improvement of the main and on-farm irrigation system on the left bank of the lower part of the Project in Chiang Yeun District, Khon Kean Province and Kosumpisai District, Mahasarakham Porvince. Over an area of 127,500 rais. Under the Nam Pong Irrigation Project-Phase II with financial supported from the Kreditanstalt für Wiederaufbau (KFW)

 *1985 Construction Rubber Weir with air pump extended from regular weir at 0.60 x125.24 m.

 

กำลังปรับปรุง

คำรับรองการปฏิบัติราชการ

 

ประวัติความเป็นมา

          การสำรวจลำน้ำสาขาใหญ่ๆ ของแม่น้ำโขง องค์การต่างๆ ของรัฐบาลไทยและคณะกรรมการสำรวจลุ่มน้ำโขงตอนล่างขององค์การสหประชาชาติมีความเห็นตรงกันว่า การพัฒนาลุ่มน้ำโขงจะมีผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้นจำเป็นต้องสร้างเขื่อนปิดกั้นลำน้ำพอง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาใหญ่ของแม่น้ำโขงเพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝนมิให้ไหลลงไปท่วมพื้นที่ตอนล่าง และน้ำที่เก็บไว้จะยังใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า การชลประทานและประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้อีก จากรายงานของรัฐบาลญี่ปุ่นและรายงานของบริษัท ROGERS INTERNATIONAL CORPORATION (RIC) แห่งสหรัฐอเมริกา ทำการสำรวจลำน้ำพองเบื้องต้น กำหนดให้ปิดกั้นลำน้ำพองที่บริเวณเขาภูพานจดกับริมฝั่งลำน้ำพองซึ่งเรียกว่า "พองหนีบ" ห่างจากต้นลำน้ำพอง 140 กิโลเมตร เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า รัฐบาลไทยได้กู้เงินจากธนาคารแห่งสหพันธรัฐเยอรมันตะวันตก (KfW) สมทบกับเงินงบประมาณแผ่นดินมอบให้การพลังงานแห่งชาติและการไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนพองหนีบขึ้นในลำน้ำพอง เริ่มก่อสร้างเมื่อ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2507 ต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า “เขื่อนอุบลรัตน์” ซึ่งมีพิธีเปิดเมื่อ 14 มีนาคม พ.ศ.2509

          จากสาระสำคัญในการกู้เงินจาก KfW ระบุว่า ถ้าจะสร้างเขื่อนอุบลรัตน์เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแล้ว รัฐบาลไทยจะต้องสร้างโครงการชลประทานในลำน้ำพองใต้เขื่อนอุบลรัตน์ด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าลงทุน จากรายงานของบริษัท RIC กำหนดให้สร้างเขื่อนดินกั้นลำน้ำพอง บริเวณวังชัย ตำบลวังชัย อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น แต่รายงานของสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศปากีสถาน (REC LIMITED) ซึ่งได้สำรวจและจัดทำขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2507 ได้แนะนำให้สร้างเขื่อนดินปิดกั้นลำน้ำพองบริเวณหนองหวาย ตำบลน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยอ้างเหตุผลว่าเหมาะสมกว่าจุดเดิม สามารถส่งน้ำได้โดย GRAVITY ได้พื้นที่ประมาณ 287,500 ไร่ ดังนั้นคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อ 22 กันยายน พ.ศ.2507 มอบหมายให้กรมชลประทานก่อสร้างระบบการชลประทาน เพื่อนำน้ำที่ผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนอุบลรัตน์ ไปใช้เพื่อการเพาะปลูกบริเวณสองฝั่งแม่น้ำพอง โดยดำเนินการเองทั้งหมด คือ การออกแบบ การก่อสร้างหัวงานและระบบส่งน้ำ

          กรมชลประทานทำการสำรวจโดยละเอียด จึงเลื่อนหัวงานลงมาสร้างที่บ้านน้ำพอง ตำบลน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ตัวฝายสร้างเป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็กแบบ OGEE สูง 5.90 เมตร สันฝายยาว 125.24  เมตร ระดับสันฝาย 162.500 ม.(รทก.) น้ำผ่านฝายได้สูงสุด 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สร้างในบริเวณคุ้งน้ำพอง ใต้เขื่อนอุบลรัตน์ลงมาตามลำน้ำ ประมาณ 35  กิโลเมตร และอยู่เหนือจังหวัดขอนแก่น ตามถนนมิตรภาพ  สายขอนแก่น – อุดรธานี ประมาณ 33 กิโลเมตร เนื่องจากสภาพภูมิประเทศ และเหตุผลทางเทคนิคดีกว่าเดิม ได้เริ่มก่อสร้างบริเวณหัวงานโครงการเมื่อปี 2508 แล้วเสร็จในปีเดียวกัน พร้อมอาคารชลประทานประกอบด้วย

     - ประตูระบายปากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา(บานโค้ง 2 ช่อง ขนาด 3.0 x 2.0 เมตร) และฝั่งซ้าย(บานโค้ง 2 ช่อง ขนาด 4.0 x 2.25 เมตร) ทำหน้าที่ควบคุมการส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกแต่ละฝั่งของลำน้ำพอง

 

     - ประตูระบายทรายฝั่งขวา(บานโค้ง 2 ช่อง ขนาด 4.0 x 2.25 เมตร) และฝั่งซ้าย(บานโค้ง 3 ช่อง ขนาด 4.0 x 2.25 เมตร) ทำหน้าที่ระบายตะกอนดินตกจมหน้า ปตร.ปากคลองส่งน้ำให้ใช้งานส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกได้เพียงพอตลอดเวลา

 

    - ทางระบายน้ำฉุกเฉินสูง 3.50 เมตร ยาว 240 เมตร ระดับสันทางระบายน้ำ 166.000 ม.(รทก.)  สามารถระบายน้ำได้ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

ก่อสร้างระบบส่งน้ำเพื่่อส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูกสองฝั่งแม่น้ำพอง

     - ปี 2509 – 2515 ก่อสร้างคลองส่งน้ำสายใหญ่ คลองซอย คลองแยกซอยและระบบระบายน้ำฝั่งขวา

     - ปี 2515 – 2518 ก่อสร้างคลองส่งน้ำสายใหญ่ คลองซอย คลองแยกซอยและระบบระบายน้ำฝั่งซ้าย

          รวมทั้งดำเนินการปรับปรุงโครงการชลประทานในรูปแบบโครงการพัฒนาเกษตรชลประทาน โดยปรับปรุงทั้งในส่วนที่สามารถส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกได้แล้ว และในส่วนที่จะก่อสร้างต่อไป เพื่อให้การส่งน้ำมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม  ตลอดจนพัฒนาการใช้น้ำไปสู่ระดับไร่นาให้มีมาตรฐานสูง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรในเขตโครงการ ดังนี้

          ปี 2518 - 2522 ปรับปรุงระบบชลประทานและก่อสร้างคูน้ำในพื้นที่ระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายตอนบน ในท้องที่อำเภอน้ำพอง อำเภอซำสูง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น รวมพื้นที่ส่งน้ำประมาณ  58,800 ไร่ โดยได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินกู้จากธนาคารโลก (IDA) 126.000 ล้านบาท ตามโครงการพัฒนาเกษตรชลประทานน้ำพอง  ระยะที่ 1

          ปี 2519 - 2526 ปรับปรุงระบบชลประทานและก่อสร้างคูน้ำถึงขั้นงานจัดรูปที่ดินในพื้นที่ระบบส่งน้ำฝั่งขวา ในท้องที่อำเภอน้ำพอง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น รวมพื้นที่ส่งน้ำประมาณ 68,800 ไร่ โดยได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) 593.387 ล้านบาท ตามโครงการพัฒนาเกษตรชลประทานหนองหวายฝั่งขวา

          ปี 2522 - 2528  ปรับปรุงระบบชลประทานและก่อสร้างคูน้ำถึงขั้นงานจัดรูปที่ดินในพื้นที่ระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายตอนล่าง ในท้องที่อำเภอเชียงยืน อำเภอโกสุมพิสัย  จังหวัดมหาสารคาม รวมพื้นที่ส่งน้ำประมาณ 127,500 ไร่  โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากธนาคารแห่งสหพันธรัฐเยอรมัน (KFW) 1,050.581 ล้านบาท ก่อสร้างตามโครงการพัฒนาเกษตรชลประทานน้ำพอง ระยะที่ 2

 

         ปี 2528 ก่อสร้างเสริมฝายยางเหนือฝายคอนกรีตสูง 0.60 เมตร ยาว 125.24 เมตร แผ่นยางเสริมผ้าใบ 2 ชั้น หนา 10 มิลลิเมตร งบประมาณ 7.282 ล้านบาท อาคารควบคุมฝายยางสูบอัดด้วยลมใช้เวลา 13.6 นาที

 

รวมค่าก่อสร้างและปรับปรุงทั้้งสิ้น 2,296.7 ล้านบาท

 

ระบบระบายน้ำ

            อยู่ในพื้นที่ชลประทาน ฝั่งขวาและฝั่งซ้ายของลำน้ำพอง

ระบบระบายน้ำฝั่งขวา  ประกอบด้วยคลองระบายน้ำ จำนวน 21 สาย ความยาว 80.338 กิโลเมตร มีรายละเอียดดังนี้

 

ฝ่าย

ส่งน้ำฯ

ลำดับ

ที่

ชื่อคลองระบายน้ำ

ความยาว

(กม.)

ฝ่าย

ส่งน้ำฯ

ลำดับ

ที่

ชื่อคลองระบายน้ำ

ความยาว

(กม.)

2 1 D2 ห้วยยาง  2.400 3 1 ห้วยหางแห้ง-เลิงเปลือย  0.920
D3 ห้วยหินลาด  0.900 2 D8 ห้วยพระคือ 16.675 
D4 ห้วยบักตอ 1.200  D9  5.564 
D5 ห้วยคำบอน 3.000  D10  6.168 
D6 ห้วยไห 2.300  D11  2.484 
D7 ห้วยใหญ่ 8.400  1R-D8 หนองเลิงเปลือย 3.100 
D7A ห้วยปลาหลาย-ขัว 10.800  2L-D8 หนองไข่นก 4.539 
D7B ห้วยกุดกว้าง 5.528  รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 จำนวน 7 สาย  39.450
1R-D7A ห้วยหว้า 1.800  รวมระบบระบายน้ำฝั่งขวา       80.338  
10  1R-D7B ห้วยศิลา 1.000 
11  หนองกางฮุง  0.440         
12  หนองยวน-หนองหวาย  1.600         
13  หนองคล้า  0.900         
14  หนองเข้  0.620         
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 จำนวน 14 สาย  40.888        

 

ระบบระบายน้ำฝั่งซ้าย   ประกอบด้วยคลองระบายน้ำ 52 สาย ความยาว 274.832 กิโลเมตร มีรายละเอียดดังนี้

 

ฝ่าย

ส่งน้ำฯ

ลำดับ

ที่

ชื่อคลองระบายน้ำ

ความยาว

(กม.)

ฝ่าย

ส่งน้ำฯ

ลำดับ

ที่

ชื่อคลองระบายน้ำ

ความยาว

(กม.)

1 D8  13.150 8 1 1R-D1 12.900
1R-D8  1.805  2 1R-1-D1 3.249 
1L-D8  7.180  1R-2-D1  2.233 
2L-D8  3.769  1L-1R-D1 3.745 
D9  16.946  1L-1L-1R-D1  2.284 
1L-D9  5.205  1R-1R-D1  7.100 
2L-D9  3.588  1R-1R-1R-D1  4.240 
1R-D9  6.192  1L-1R-1R-1R-D1  1.490 
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 จำนวน 8 สาย  57.835 1R-1-1R-D1  2.400
5 1  D7 19.566  10  1R-1-1-1R-D1  1.113 
1R-D7   4.447 11  1R-2-1R-D1 2.113 
2L-D7  4.251  12  2R-1R-D1  2.999 
3L-D7  5.167  13  1L-1-1R-D1  3.779 
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 5 จำนวน 4 สาย 33.431  14  2R-D1  3.918 
6 1 D5 30.700  15  3R-D1  9.834 
1R-D5  3.500  16 1L-3R-D1 1.733 
3 2R-D5 1.831 17  2L-3R-D1  2.259 
4 4R-D5 4.572 18  1R-3R-D1  2.403 
5 1L-4R-D5 2.786 19  2R-3R-D1  1.484 
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 6 จำนวน 5 สาย 43.389 20  1R-4R-D1  5.055 
7 1 1L-D5 4.900  21  1R-1R-4R-D1  2.266 
1R-1L-D5  9.600  22 1R-1-4R-D1 1.771 
3 1L-1R-1L-D5 2.014 23  1R-2-4R-D1 2.203 
4 2L-1L-D5 2.405 รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 8 จำนวน 23 สาย 82.571
5 3L-1L-D5 1.950 รวมระบบระบายน้ำฝั่งซ้าย 274.832  
6 D2 8.288
7 1R-D2 2.870        
8 2R-D2 2.169 รวมระบบระบายน้ำทั้งโครงการ 355.170  
9 3R-D2 1.862
10 4R-D2 2.548        
11 4R-D1 15.100        
12  1L-4R-D1  3.900         
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 7 จำนวน 12 สาย 57.606         

 

ระบบป้องกันบรรเทาอุทกภัย

ประกอบด้วย

  • สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการระบายน้ำที่ ปตร.ห้วยเชียงส่ง จำนวน 10 เครื่อง อัตราสูบรวม 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

  • พนังกั้นน้ำพองและน้ำชีในเขตพื้นที่ชลประทานฝั่งขวา ยาว 27.517 กิโลเมตร
ฝ่ายส่งน้ำฯ ลำดับที่ พนังกั้นน้ำ จาก กม. ถึง กม.

ความยาว

(กม.)

3 1 พนังกั้นน้ำพองฝั่งขวา 0+000 9+500 9.500
2 พนังกั้นน้ำชีฝั่งขวา 0+000 18+017 18.017
รวมพนังกั้นน้ำพื้นที่ชลประทานฝั่งขวา 27.517
  • พนังกั้นน้ำพองและน้ำชีในเขตพื้นที่ชลประทานฝั่งซ้าย ยาว 75.494  กิโลเมตร มีรายละเอียดดังนี้
 ฝ่ายส่งน้ำฯ  ลำดับที่  พนังกั้นน้ำ  จาก กม  ถึง กม.  ความยาว

(กม.)

5 1 พนังกั้นน้ำพอง A3  0+000 10+628   10.628
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 5       10.628
6 1 พนังกั้นน้ำชี A2   0+000 4+958  4.958 
พนังกั้นน้ำชี A1  27+106 40+333  13.227 
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 6 18.185 
7 1 พนังกั้นน้ำชี A1 17+245 27+106  9.861 
พนังกั้นน้ำชี B2 0+000  2+167  2.167
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 7 12.028 
8   1 พนังกั้นน้ำชี A1 0+000 17+245  17.245
พนังกั้นน้ำชี B1 0+000 17+408  17.408 
รวมฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 8 34.653 
รวมพนังกั้นน้ำพื้นที่ชลประทานฝั่งซ้าย  75.494